จุดเด่นของรายการ The Voice และแชมป์แต่ละสมัยมีใครบ้าง

“The Voice” เป็นรายการประกวดร้องเพลงที่มีความโด่งดังระดับนานาชาติ สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับวงการดนตรี ซึ่งมีการออกอากาศแล้วกว่า 40 ประเทศทั่วโลก โดยมีวัตถุประสงค์หลักการจัดประกวดเพื่อค้นหาศิลปินนักร้องหน้าใหม่ที่ไม่เหมือนใคร และแหกคอกจากการประกวดร้องเพลงในรูปแบบอื่นๆ

ซึ่งต้องยอมรับว่าคุณภาพของรายการนี้นั้นทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งทีมงานที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลัง รวมทั้งโค้ชที่มีการเข้าขากันเป็นอย่างดี จึงทำให้รายการ The Voice มีจุดเด่นที่แตกต่าง และสิ่งที่ผู้ชมจะได้จากรายการนี้คือ

รายชื่อแชมป์ The Voice แต่ละ season

  • คุณธนนท์ จำเริญ (นนท์)                    Season 1
  • คุณสงกรานต์ รังสรรค์ Season 2
  • คุณสมศักดิ์ รินนายรักษ์(หนุ่ม) Season 3
  • .คุณทิฏฐินันท์  อันปาน (เบสท์)                  Season 4
  • คุณคิร์ภูมิ เบญจรัส (โอ) Season 5

 

  1. ใครๆก็สามารถเข้ารอบได้ ถ้าเพียงแค่คุณมีเสียงร้องที่ไพเราะมีคุณภาพ โดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงเพศ หน้าตา ผิวพรรณ ทุกคนมีโอกาสและความเท่าเทียมกันในการที่จะตามหาความฝัน
  2. การที่ให้มืออาชีพมานั่งฟังเสียงร้องเพลง โดยที่ไม่ต้องเห็นหน้าตาคนร้องจะช่วยทำให้ผู้ชมได้เห็นว่ามีความยุติธรรม และไว้วางใจในกรรมการมืออาชีพเหล่านี้ เหมือนกับสมัยก่อนที่ส่งเทปเดโม เพื่อให้ค่ายเพลงฟังเพลงโดยไม่ต้องเห็นหน้าก็คัดเลือกเข้าสังกัด
  3. ผู้ชมจะได้ลุ้น สนุก กับปฏิกิริยาของคนฟัง และคนร้อง เพราะความต้องการที่เข้ามาประกวดเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าถ้าไม่ได้เป็นดารา หรือศิลปินจะมีคนยอมรับในเสียงร้องหรือไม่
  4. ผู้ชมจะได้ยินเพลงเดิม แต่เป็นเสียงร้องรูปแบบใหม่ รวมทั้งท่วงทำนองที่เปลี่ยนไปจากเดิม และเริ่มมีการยอมรับกันมากขึ้นว่า บางครั้งคนธรรมดาก็สามารถร้องเพลงได้ไพเราะกว่าศิลปินดารานักร้องบางคนเช่นกัน
  5. การต่อปากต่อคำของโค้ชเพื่อแก่งแย่งของผู้แข่งขัน เพื่อสะสมลูกทีมแต่ละคนจะมีลีลา ชั้นเชิง หรือลูกเล่นที่นำมาเกทับ บลัฟ กันอย่างสนุกสนาน
  6. โค้ชแต่ละคนมีความเชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับในวงการเพลง แต่ละคนมีสไตล์และแนวทางที่ตนเองถนัดแตกต่างกันออกไป
  7. ผู้ชมจะได้เห็นความพัฒนาของผู้เข้ารอบในแต่ละช่วงของรายการ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกร้อง ทักษะการร้อง โดยที่ไม่มีหน้าตา ท่าเต้น มาบดบัง
  8. รายการนี้ไม่มีคำว่าแพ้หรือชนะ เพราะคนแพ้จะไม่รู้สึกแค่ว่าจะต้องสู้กับตัวเอง และต้องการการยอมรับ
  9. อำนาจสุดท้ายจะอยู่ที่ผู้ชมในการตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นผู้ชนะ ไม่ใช่นายทุนหรือโค้ช สิ่งที่ผู้ชนะจะได้ก็คือการได้พัฒนาเป็นศิลปินในลำดับต่อไป