The Star ค้นฟ้าคว้าดาวพลิกชีวิตของท่านได้

ถึงแม้ว่ารายการประกวดร้องเพลงในรูปแบบเรียลลิตี้โชว์อย่าง The Star จะปิดตัวตัวลงไปหลังจากที่ได้สร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมมามากกว่า 12 ปี ถือว่าเป็นรายการที่ยาวนานมากถ้าเทียบกับรายการอื่นๆที่ผุดเข้า ผุดออก และถือได้ว่าเป็น 1 ใน 2 รายการที่สร้างกระแสตอบรับให้กับวงการเพลงในบ้านเราได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าใครที่พอจะคุ้นเคยกับรูปแบบรายการจะเห็นว่ารายการ The Star ไม่ได้เน้นในเรื่องการให้เงินรางวัลกับผู้ที่เป็นแชมป์เท่าไหร่ เพราะสิ่งที่ผู้เข้าประกวดคาดหวังมากกว่าเงินรางวัลนั่นก็คือจุดหมายปลายทางของการประกวด เพราะเวที The Star มีค่าย จี เอ็ม เอ็ม แกรมมี่ และเอ็กแซ็กท์คอยรองรับเข้าสังกัด จึงทำให้น่าเย้ายวนใจที่ผู้คนหลากหลายจะสมัครเข้าประกวดที่เวทีนี้กันอย่างเนืองแน่นทุกปีเพราะต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป้าหมายอันยิ่งใหญ่คือการได้เป็นศิลปินของค่ายยักษ์ใหญ่แห่งนี้ ส่วนใครจะถึงเป้าหมายที่สามารถพลิกชีวิตได้หรือไม่ก็อยู่ที่องค์ประกอบหลายอย่าง บางคนอาจจะไปได้ดิบได้ดีในสายของนักร้องอาชีพ ส่วนบางคนกลับไปเติบโตในสายเส้นทางการแสดงเสียมากกว่า คราวนี้เราลองมาดูกันดีกว่าว่า เวที The Star สามารถที่จะพลิกชีวิตใครให้เจิดจรัสในวงการบันเทิงบ้าง บี้ สุกฤษฎิ วิเศษแก้ว จาก The star season 3 ถ้าไม่เอ่ยถึงหนุ่มคนนี้ไม่ได้เลย เพราะเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเวที The Star ที่ตอนนี้มีผลงานแทบทุกแขนง ทั้งศิลปิน นักแสดง ละครเวที ละครทีวี ยังไม่นับรางวัลที่กวาดมาแล้วแทบทุกสถาบัน นิว-จิ๋ว จาก The Star Season 1 …

ประวัติความเป็นมาของรางวัลแผ่นเสียงทองคำ

หลายท่านอาจจะยังไม่รู้ที่มาของรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานว่าที่มีที่มาจาก ป.วรานนท์ นักจัดรายการเพลงชื่อดังประจำสถานีวิทยุกองพลที่ 1 เป็นผู้ริเริ่มจัดอัดดับเพลงไทยสากลยอดนิยมประจำสัปดาห์ขึ้น เพื่อที่จะได้เป็นการสนับสนุนให้นักแต่งเพลง นักดนตรี นักร้อง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวงการเพลงได้ตื่นตัวและต้องการที่จะพัฒนาสร้างผลงานเพลงที่ดี ต่อมาจึงมีการเพิ่มเติมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาอีกหลายท่านเพื่อที่จะได้ช่วยทำการคัดเลือกเพลงรวมทั้งนักร้องที่ร้องเพลงไพเราะดีเด่น เมื่อได้ผู้ชนะเลิศแล้ว ก็จะได้รับรางวัลที่สูงสุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตนั่นก็คือการเข้าเฝ้าเพื่อรับพระราชทานรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันถือได้ว่าเป็นเกียรติยศสูงสุดอย่างที่หาไม่ได้ของศิลปินเพลง รางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 พ.ค.2507 ซึ่งในการจัดประกวดเพลงแผ่นเสียงทองคำพระราชทานดำเนินการจัดได้เพียง 3 ครั้งก็ต้องยุติลง ต่อมาจึงมีการฟื้นฟูการจัดประกวดเพลงขึ้นมาใหม่เรียกชื่อว่า รางวัลเสาอากาศทองคำ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2518 ต่อมาในปี พ.ศ.2529 ผู้จัดคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติจึงได้ดำเนินการคัดเลือกบุคลลที่ได้ชื่อว่ามีผลงานดีเด่นด้านเพลงและการแสดงแต่งตั้งขึ้นเป็นศิลปินแห่งชาติ โดยบุคคลท่านแรกที่ได้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาด้านศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล) คือท่านผู้หญิงพวงร้อย สนิทวงศ์ (อภัยวงศ์) ซึ่งในการจัดประกวดครั้งแรกนั้น ได้แบ่งรางวัลออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภท ก. หมายถึง เพลงที่คณะกรรมร่วมกันคัดเลือก และ ประเภท ข. หมายถึง เพลงที่มีการส่งเข้าประกวด โดยในครั้งนั้นเพลงที่ได้รับรางวัลประเภท ก. ได้แก่ เพลงมารหัวใจ เพลงรักเอย และเพลงใจพี่ ส่วนประเภท ข. ได้แก่ เพลงใครหนอ และเพลงวิหคเหินลม และในการจัดประกวดครั้งที่สองเมื่อวันที่ 19 ก.พ.2509 …

the mask singer ทำไมเรตติ้งดีที่สุดในตอนนี้

  ณ.เวลานี้คงไม่มีรายการไหนที่จะมาแรงแซงทางโค้งเท่ากับรายการ The Mask Singer ที่สร้างปรากฎการณ์หลายอย่างให้กับวงการบันเทิงไทย และสร้างบรรทัดฐานใหม่ๆให้กับทีวีบ้านเรา ที่น่าทึ่งอีกอย่างคือรายการนี้สามารถถล่มเรตติ้งของละครหลังข่าวลงได้ อย่างที่ไม่เคยมีรายการใดเคยทำได้มาก่อน คำพูดยอดฮิตที่แต่ละคนเฝ้ารอคอยทุกคืนวันพฤหัสก็คือ “ถอดหน้ากาก ออกครับ” เพราะเป็นคำที่บีบคั้นหัวใจ ลุ้นจนแทบตกเก้าอี้ว่าภายใต้หน้ากากจะปรากฎโฉมดารา นักร้อง หรือเซเลบริตี้ท่านไหนออกมา แต่ก่อนที่เราจะเข้าไปล่วงความลับกันว่าทำไมรายการนี้ถึงได้รับความนิยมจากผู้เข้าชมอย่างถล่มทลาย รายการ The Mask Singer เป็นรายการแรกของทางเวิร์คพอยท์ที่มีการออกอากาศผ่านทาง Facebook live และได้รับยอดวิวไปอย่างมหาศาล มียอดผู้ชมสดในช่วงขณะนั้นหลักแสนปลายๆบางตอนแตะถึงหลักล้านวิวที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน ส่วนเคล็ดลับที่รายการนี้สามารถครองใจผู้ชมทั้งประเทศได้ก็คือการเก็บความลับให้ได้ว่าภายใต้หน้ากากนั้นคือใคร ซึ่งถือได้ว่าสุดยอดมากเพราะไม่เคยมีความลับหลุดรอดออกมาได้เลย โดยทางบริษัทมีขั้นตอนการเก็บความลับที่โหดสุดๆแบบที่คุณเองก็ยังนึกไม่ถึง ปิดห้อง ประชุมลับ จะมีเฉพาะทีมงานเท่านั้นที่จะรู้ว่าแขกรับเชิญทั้ง 32 คนเป็นใคร เวลาประชุมจะใช้ห้องประชุมที่ปิดทึบ บุคคลที่ไม่มีความเกี่ยวข้องห้ามเข้า แม้แต่ผู้บริหารเองจะต้องเคาะประตูก่อนเข้าห้องด้วยซ้ำ เซ็นสัญญามีค่าปรับหลักแสน ทุกคนที่ได้เกี่ยวข้องกับรายการนี้กว่า 200 – 300 คน ต้องเซ็นสัญญาว่าจะไม่เปิดเผยความลับโดยเด็ดดขาด รวมถึงผู้เข้าแข่งขันก็ต้องเซ็นสัญญาเช่นกัน หากมีการผิดสัญญาเกิดขึ้นจะเสียค่าปรับหลักแสนบาท เปลี่ยนรถมาก่อนรายการ เพราะมันคือความลับสุดยอด ดังนั้นแขกรับเชิญเองก็จะต้องเปลี่ยนรถที่เคยขับในการเดินทางมาอัดรายการ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครรู้จักว่าแขกรับเชิญคนนั้นเป็นใคร คลุมผ้าหัวจรดเท้า เมื่อมาถึงสตูดิโอก่อนที่จะมีการถ่ายรายการ ทั้งแขกรับเชิญและผู้ติดตามจำเป็นต้องคลุมผ้าทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า เพื่อป้องกันให้ใครมองเห็น ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการสร้างรายการให้ฮิตติดลมบนได้ในนั้นคือความท้าทายทุกด้าน ยิ่งเป็นเรื่องของความลับที่คนส่วนใหญ่มีความต้องการอยากรู้ อยากเห็นยิ่งเป็นอะไรที่ท้าทายความรู้สึกของคนดูมาก และการที่ต้องมานั่งลุ้นพร้อมคาดเดาไปต่างๆนานาว่าหน้ากากนี้จะเป็นใครจึงเป็นความสนุกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเมืองไทย