ประวัติความเป็นมาของรางวัลแผ่นเสียงทองคำ

หลายท่านอาจจะยังไม่รู้ที่มาของรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานว่าที่มีที่มาจาก ป.วรานนท์ นักจัดรายการเพลงชื่อดังประจำสถานีวิทยุกองพลที่ 1 เป็นผู้ริเริ่มจัดอัดดับเพลงไทยสากลยอดนิยมประจำสัปดาห์ขึ้น เพื่อที่จะได้เป็นการสนับสนุนให้นักแต่งเพลง นักดนตรี นักร้อง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวงการเพลงได้ตื่นตัวและต้องการที่จะพัฒนาสร้างผลงานเพลงที่ดี ต่อมาจึงมีการเพิ่มเติมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาอีกหลายท่านเพื่อที่จะได้ช่วยทำการคัดเลือกเพลงรวมทั้งนักร้องที่ร้องเพลงไพเราะดีเด่น เมื่อได้ผู้ชนะเลิศแล้ว ก็จะได้รับรางวัลที่สูงสุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตนั่นก็คือการเข้าเฝ้าเพื่อรับพระราชทานรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันถือได้ว่าเป็นเกียรติยศสูงสุดอย่างที่หาไม่ได้ของศิลปินเพลง รางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 พ.ค.2507 ซึ่งในการจัดประกวดเพลงแผ่นเสียงทองคำพระราชทานดำเนินการจัดได้เพียง 3 ครั้งก็ต้องยุติลง ต่อมาจึงมีการฟื้นฟูการจัดประกวดเพลงขึ้นมาใหม่เรียกชื่อว่า รางวัลเสาอากาศทองคำ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2518 ต่อมาในปี พ.ศ.2529 ผู้จัดคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติจึงได้ดำเนินการคัดเลือกบุคลลที่ได้ชื่อว่ามีผลงานดีเด่นด้านเพลงและการแสดงแต่งตั้งขึ้นเป็นศิลปินแห่งชาติ โดยบุคคลท่านแรกที่ได้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาด้านศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล) คือท่านผู้หญิงพวงร้อย สนิทวงศ์ (อภัยวงศ์) ซึ่งในการจัดประกวดครั้งแรกนั้น ได้แบ่งรางวัลออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภท ก. หมายถึง เพลงที่คณะกรรมร่วมกันคัดเลือก และ ประเภท ข. หมายถึง เพลงที่มีการส่งเข้าประกวด โดยในครั้งนั้นเพลงที่ได้รับรางวัลประเภท ก. ได้แก่ เพลงมารหัวใจ เพลงรักเอย และเพลงใจพี่ ส่วนประเภท ข. ได้แก่ เพลงใครหนอ และเพลงวิหคเหินลม และในการจัดประกวดครั้งที่สองเมื่อวันที่ 19 ก.พ.2509 …

the mask singer ทำไมเรตติ้งดีที่สุดในตอนนี้

  ณ.เวลานี้คงไม่มีรายการไหนที่จะมาแรงแซงทางโค้งเท่ากับรายการ The Mask Singer ที่สร้างปรากฎการณ์หลายอย่างให้กับวงการบันเทิงไทย และสร้างบรรทัดฐานใหม่ๆให้กับทีวีบ้านเรา ที่น่าทึ่งอีกอย่างคือรายการนี้สามารถถล่มเรตติ้งของละครหลังข่าวลงได้ อย่างที่ไม่เคยมีรายการใดเคยทำได้มาก่อน คำพูดยอดฮิตที่แต่ละคนเฝ้ารอคอยทุกคืนวันพฤหัสก็คือ “ถอดหน้ากาก ออกครับ” เพราะเป็นคำที่บีบคั้นหัวใจ ลุ้นจนแทบตกเก้าอี้ว่าภายใต้หน้ากากจะปรากฎโฉมดารา นักร้อง หรือเซเลบริตี้ท่านไหนออกมา แต่ก่อนที่เราจะเข้าไปล่วงความลับกันว่าทำไมรายการนี้ถึงได้รับความนิยมจากผู้เข้าชมอย่างถล่มทลาย รายการ The Mask Singer เป็นรายการแรกของทางเวิร์คพอยท์ที่มีการออกอากาศผ่านทาง Facebook live และได้รับยอดวิวไปอย่างมหาศาล มียอดผู้ชมสดในช่วงขณะนั้นหลักแสนปลายๆบางตอนแตะถึงหลักล้านวิวที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน ส่วนเคล็ดลับที่รายการนี้สามารถครองใจผู้ชมทั้งประเทศได้ก็คือการเก็บความลับให้ได้ว่าภายใต้หน้ากากนั้นคือใคร ซึ่งถือได้ว่าสุดยอดมากเพราะไม่เคยมีความลับหลุดรอดออกมาได้เลย โดยทางบริษัทมีขั้นตอนการเก็บความลับที่โหดสุดๆแบบที่คุณเองก็ยังนึกไม่ถึง ปิดห้อง ประชุมลับ จะมีเฉพาะทีมงานเท่านั้นที่จะรู้ว่าแขกรับเชิญทั้ง 32 คนเป็นใคร เวลาประชุมจะใช้ห้องประชุมที่ปิดทึบ บุคคลที่ไม่มีความเกี่ยวข้องห้ามเข้า แม้แต่ผู้บริหารเองจะต้องเคาะประตูก่อนเข้าห้องด้วยซ้ำ เซ็นสัญญามีค่าปรับหลักแสน ทุกคนที่ได้เกี่ยวข้องกับรายการนี้กว่า 200 – 300 คน ต้องเซ็นสัญญาว่าจะไม่เปิดเผยความลับโดยเด็ดดขาด รวมถึงผู้เข้าแข่งขันก็ต้องเซ็นสัญญาเช่นกัน หากมีการผิดสัญญาเกิดขึ้นจะเสียค่าปรับหลักแสนบาท เปลี่ยนรถมาก่อนรายการ เพราะมันคือความลับสุดยอด ดังนั้นแขกรับเชิญเองก็จะต้องเปลี่ยนรถที่เคยขับในการเดินทางมาอัดรายการ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครรู้จักว่าแขกรับเชิญคนนั้นเป็นใคร คลุมผ้าหัวจรดเท้า เมื่อมาถึงสตูดิโอก่อนที่จะมีการถ่ายรายการ ทั้งแขกรับเชิญและผู้ติดตามจำเป็นต้องคลุมผ้าทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า เพื่อป้องกันให้ใครมองเห็น ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการสร้างรายการให้ฮิตติดลมบนได้ในนั้นคือความท้าทายทุกด้าน ยิ่งเป็นเรื่องของความลับที่คนส่วนใหญ่มีความต้องการอยากรู้ อยากเห็นยิ่งเป็นอะไรที่ท้าทายความรู้สึกของคนดูมาก และการที่ต้องมานั่งลุ้นพร้อมคาดเดาไปต่างๆนานาว่าหน้ากากนี้จะเป็นใครจึงเป็นความสนุกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเมืองไทย

AF ปฏิบัติการล่าฝันที่ได้รับความนิยมเพราะอะไร

  ถ้าใครยังจำได้รายการประกวดในรูปแบบเรียลลี้ตี้โชว์รายการหนึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงสุดอย่าง  “ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเซีย” ( True Academy Fantasia หรือ AF)  ปฏิบัติการนักล่าฝัน ที่เป็นรูปแบบรายการที่แปลกใหม่ที่เกิดขึ้นกับสังคมไทย มีการถ่ายทอดสดออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง โดยรายการนี้ได้เปิดโอกาสให้คนจากทั่วทุกประเทศที่มีอายุและคุณสมบัติตามที่กำหนด มีความฝันที่อยากจะเป็นนักร้องมืออาชีพหรือมีโอกาสที่จะเข้ามาวงการบันเทิง การสมัครเข้ามาเพื่อคัดเลือกตัวเข้าร่วมในรายการ จนเหลือผู้เข้ารอบเพียง 12 คนสุดท้าย ซึ่งในทั้ง 12 คนนี้ที่ได้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมรายการจะต้องย้ายเข้ามาอาศัยอยู่กิน หลับ นอน และทำกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งเรียนรู้และฝึกฝนการร้องเพลงร่วมกัน ตามรูปแบบที่รายการได้วางเอาไว้ เป็นระยะเวลา 3 เดือนหรือ 12 อาทิตย์ ในระหว่างที่มีการเก็บตัวอยู่ร่วมกันนั้น ทางรายการจะมีการถ่ายทอดสดเพื่อให้ผู้ชมทางบ้านได้เห็นทุกอากัปกิริยาตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะมีคุณครูมาคอยดูแลควบคุมรวมถึงเป็นที่พึ่งที่ปรึกษาให้ทุกเรื่อง และจะยังมีครูผู้ฝึกสอนอื่นอีกจำนวนหนึ่งที่จะเข้ามาดูแลอย่างเข้มงวดในเรื่องการใช้เสียงในการร้องเพลง เต้น และการแสดงให้กับนักล่าฝันทุกคน แต่ละสัปดาห์จะมีโจทย์การร้องเพลงที่ไม่ซ้ำกัน ความยากง่ายในการร้องเพลงก็จะแตกต่างกันออกไปให้แก่นักล่าฝันแต่ละคน เมื่อมีการรับโจทย์มาครูจะมีหน้าที่ในการฝึกสอนตลอดทั้งอาทิตย์ เพื่อเตรียมตัวให้นักล่าฝันพร้อมสำหรับขึ้นแสดงบนเวทีคอนเสิร์ต ผู้ที่เฝ้าชมอยู่ทางโทรทัศน์ก็จะได้เรียนรู้ไปกับนักล่าฝันและได้เห็นวิวัฒนาการของแต่ละคนว่ามีความพร้อมหรือพัฒนาไปด้านใดบ้าง จุดพีคสุดของรายการก็คือช่วงที่แต่ละสั  ปดาห์จะต้องมีนักล่าฝันออกจากบ้านไป 1 คน โดยจะเป็นการโหวตจากผู้ชมรายการคนที่ได้รับการโหวตน้อยที่สุด ก็จะต้องเป้นผู้เก็บข้าวของเพื่อออกจากบ้านไป ส่วนนักล่าฝันที่เหลือก็เข้าเก็บตัวและทำกิจกรรมต่างๆภายในบ้านต่อไปจนกว่าจะถึงวันสุดท้ายที่จะชี้ชะตาว่าใครคือจะได้เป็น The Winner จะว่าไปแล้วจุดเด่นของรายการนี้ก็คือการที่เราได้เฝ้าติดตามชีวิตของคนกลุ่มหนึ่งที่มีความฝันและพยายายามทำให้ฝันของตัวเองเป็นจริง โดยที่นักล่าฝันทุกคนไม่สามารถรับรู้ความเป็นไปหรือความนิยมชมชอบของผู้อื่นที่มีให้ตนเองเลย เป็นการบีบคั้นจิตใจเป็นอย่างมาก …